my life
posted on 28 Jan 2009 00:57 by kung100| My Life | |
|
| คืนนี้เป็นอีกคืนหนึ่งที่ฉันได้คิดทบทวน ถึงชีวิตที่ผ่านมา หลังจากไม่ได้คิดถึงมานานกับเหตุการณ์เจ็บป่วยที่พลิกผันชีวิต ไปอย่างมากมาย ในสมัยเด็ก ฉันดูเป็นเด็กฉลาดเฉลียว พ่อแม่จะบังคับออกกฎให้ต้องอ่านหนังสือก่อนออกไปเล่นทุกวัน แต่ฉันก็หนีเป็นประจำ ทำให้โดนไม้เรียวเสมอ ถึงกระนั้นก็ตาม การเรียนของฉันอยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด ฉันสามารถสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดและอยู่ห้องคิงตลอด จนจบชั้นม.6 ทั้งยังสามารถสอบโควต้าเข้ามหาวิทยาลัยที่มีต้นนนทรีเป็นสัญลักษณ์ แต่นั่นไม่ใช่คณะที่ฉันใฝ่ฝัน ทางบ้านบอกให้เรียนไปเถอะ เพราะถ้าหากสละสิทธิ์ออกมาสอบเอ็นทรานซ์แล้วหากสอบไม่ติด ฉันจะมีปัญหาแน่ๆ ฉันจึงยอมเรียนคณะนี้ จากระบบการเรียนแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ต้องเรียนด้วยตัวเองในระบบมหาวิทยาลัย การทำกิจกรรมรับน้อง ซึ่งในสมัยนั้นรุนแรงมาก ทำให้ฉันปรับตัวไม่ค่อยได้ ผลที่ตามมา คือ การเรียนตก จากที่เคยได้เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 แต่ในปี 1 เทอมแรก ฉันทำได้แค่ 1.44 เท่านั้นเอง นั่นคือโปรต่ำของมหาวิทยาลัย หากไม่ทำให้เป็นโปรสูงแล้ว มีสิทธิ์ต้องหลุดจากสภาพการเป็นนิสิต ฉันรู้สึกช็อคกับผลการเรียน นี่เป็นสาเหตุครั้งแรกที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป ฉันปรึกษา พ่อ แม่ พี่สาว แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่เข้าใจ พ่อบอกว่า ”อ่านหนังสือเยอะๆ เดี๋ยวก็สอบได้” แต่พ่อไม่ได้เยียวยาสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของฉัน แม่ช่วยอะไรฉันเรื่องเรียนไม่ได้ เพราะแม่จบแค่ ป.4 พี่สาวได้งานทำในต่างจังหวัด เสาร์อาทิตย์ถึงได้เจอกันที ก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ จากความเก็บกดตรงนี้ ทำให้ฉันหาทางออกโดยการเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เริ่มโกหกที่บ้านเอาเงินไปเที่ยว วางแผนจะสอบเอ็นทรานซ์ใหม่ ไปเรียนพิเศษ โกหกเพื่อน ปู่ และญาติว่าจะเอาเงินไปลงทุน ทำให้มีหนี้สินตามมามากมาย อารมณ์ของฉันเกรี้ยวกราดขึ้นทุกวัน ไม่ฟังใคร ขนของส่วนตัวออกจากบ้าน จะไปหาที่อยู่ใหม่ ไม่อยากอยู่บ้าน ผลสุดท้ายไปโดนจับเรื่องขโมยของ ที่บ้านจึงตามตัวเจอและก็ใช้หนี้ก้อนโตให้ฉัน ช่วงที่อาการขาขึ้นนี้เป็นอยู่ประมาณ 5-6 เดือน หลังจากนั้น ฉันก็สงบนิ่งเป็นปกติเหมือนเดิม กลับมาเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรีคณะประมง ตอนนั้นมีงบมิยาซาว่า ฉันจึงได้ทำงานในกรมประมง ด้วยแววความฉลาดและขยัน หัวหน้างานจึงเล็งไว้ว่า จะจ้างฉันต่อหลังจากหมดงบมิยาซาว่า เคราะห์ก็ซ้ำเป็นรอบที่ 2 ช่วงเวลาการทำงาน ฉันมีแฟนและแฟนฉันมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานในกลุ่ม ทำให้ถูกบีบคั้นตลอด อีกทั้งที่บ้านแฟนก็เล่นคุณไสยฯ ใส่แฟน ทำให้ฉันพลอยโดนไปด้วย ครั้งนี้ฉันมีอาการพูดจาน้อยลง หวาดกลัว นั่งจับผมและห้ามไม่ให้พ่อแม่ไปที่กรมประมง ฉันหยุดงานมาดื้อๆ ทิ้งงานส่วนที่ฉันรับผิดชอบมาเฉยๆ ทำให้ประวัติฉันเสียที่กรมประมง จนไม่สามารถกลับไปทำได้อีก นอกเสียจากสอบรับราชการเข้าไปได้ ครั้งนี้แม่พาฉันไปหาหมอที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ฉันกินยาได้ 2 เดือน อาการดีขึ้น แล้วก็ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง เพราะคิดว่า ฉันไม่ได้เป็นอะไร ต่อมาฉันสมัครทำงานอีกครั้ง และได้กลับไปทำงานในมหาวิทยาลัยที่เรียนมา แต่ต้องไปอยู่ที่ประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศในที่ทำงานแย่มาก เพราะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ตอนแรกฉันก็อยู่กับพวกกลุ่มใหญ่ และก็ได้พบรักใหม่ด้วย แต่แล้วฉันต้องผิดใจกับพวกกลุ่มใหญ่ ทำให้ต้องอยู่โดดเดี่ยว สภาพจิตใจเริ่มแย่ งานที่รับผิดชอบก็มากขึ้นเรื่อยๆเพราะเป็นถึงรองหัวหน้าสถานี ประจวบเหมาะกับแฟนฉันตัดสินใจไปต่างประเทศกะทันหัน วันที่ฉันรู้ว่าวีซ่าของแฟนผ่าน ฉันช็อคอีกหน คราวนี้หนักกว่าทุกครั้ง ไม่พูดไม่จากับใครเลย เก็บตัว ไม่ทำอะไรเลย สภาพที่อยู่ในตอนนั้น เหมือนกับรังหนู เสื้อผ้าไม่ซัก ไม่อาบน้ำ จนที่ทำงานต้องโทรไปบอกพ่อกับแม่ให้มารับตัวกลับ ก่อนกลับพวกกลุ่มใหญ่ได้พาฉันไปหาพระ หาหมอผี หาว่าฉันโดนของ พ่อกับแม่เสียเงินไปมากเหมือนกัน ประวัติฉันก็เสียอีกนั่นแหล่ะ ณ ตอนนี้ฉันยังไม่กล้ากลับไปที่ประจวบฯอีกเลย กลัว! คราวนี้แม่ตัดสินใจพาไปโรงพยาบาลชลประทาน แต่เขาไม่รับรักษา ให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ฉันจึงได้มารักษากับคุณหมอ ช่วง 3-6 เดือนแรกของการรักษา ฉันไม่รู้สึกตัวเลยว่าเป็นอย่างไร มันเหมือนความฝัน จำได้บางช่วงเวลา พ่อ แม่ พี่สาวทุกข์ใจมาก แต่เมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง กินยาสม่ำเสมอ อาการของฉันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างที่ฟื้นตัว คุณหมอก็แนะนำให้ฉันเข้าศูนย์กิจกรรมของโรงพยาบาลศรีธัญญา อยู่ได้ 2 อาทิตย์ ก็เข้าร่วมโครงการจ้างงานผู้ป่วย 40 บาท ทำได้ประมาณ 2 เดือน คุณหมอก็ให้มาทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้อยู่หน้าห้องตรวจคลีนิกพิเศษ ระหว่างที่ทำงานก็เป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพของฉันที่เคยทำไม่ได้ในช่วงป่วย ให้กลับมาทำได้เหมือนดังเดิม ทำอยู่หน้าห้องตรวจฯ ครึ่งปี ก็ย้ายมาทำที่ศูนย์สายใยครอบครัวเป็นผู้ช่วยเลขานุการ จนกระทั่งปัจจุบันเป็นเลขานุการเต็มตัว มาถึงตอนนี้ ฉันได้แง่คิดว่า หากฉันรู้ถึงสิ่งผิดปกติตั้งแต่แรกว่าฉันเป็นโรค Bipolar และรักษามาแต่เนิ่นๆ ฉันก็จะไม่สูญเสียช่วงเวลาที่ดีๆไปจากชีวิตของฉัน แต่ฉันก็โชคดีที่ได้มาเจอคุณหมอที่ทำให้ฉันได้กลับมามีชีวิตที่เป็นปกติอีกครั้ง ได้กลับมามีงานทำ ไม่เป็นภาระให้กับครอบครัว สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ |
edit @ 28 Jan 2009 00:58:52 by kung100
edit @ 28 Jan 2009 00:59:18 by kung100
edit @ 28 Jan 2009 01:00:24 by kung100
untitled
posted on 13 Jan 2009 20:02 by kung100
| เมื่อแฟนผมให้ไปออกเดทกับหญิงอื่น |
|
edit @ 13 Jan 2009 20:19:22 by kung100
edit @ 13 Jan 2009 20:20:02 by kung100




